Thug_Blog's profileThug Blog !!PhotosBlogLists Tools Help
    January 17

    ขอคืนได้มั๊ยเวลา ได้หรือเปล่า

    ไม่ได้เขียนบล๊อคนานมั่กๆ ไม่มีเวลาด้วย ไม่รู้จะเขียนอะไร พอดีวันนี้นึกออก เลยขอมาระบายความในใจ ให้ใครไม่รู้ฟัง เอ๊ะยังไง พิมไปงงไป
     
     
    เมื่อวานคุยโทรศัพย์กะพี่สาว คุยย้อนไปถึงสมัยเด็กๆ  ความทรงจำอันมีค่า ทำยังไงน้าถึงจะพาตัวเองกลับย้อนเวลาไปตอนนั้นได้อีก  เมื่อตอนเด็กๆก็อยากโตเป็นสาวใจจะขาด อยากทำบัตรประชาชน อยากอายุสิบแปด อยากมีแฟน  ตอนนั้นไม่เข้าใจทำไมมีแต่คนบอกว่าอย่ารีบโตนักเลย  ตอนนี้เข้าใจแจ่มแจ้ง 
     
    ช่วงสมัยเด็กๆ เป็นอะไรที่สนุกที่สุด เราเติบโตในชุมชนแออัด เด็กๆเยอะอย่างกับหนอน เด็กครึ่งซอยนั้นเป็นแก๊งเราเกือบทั้งหมด ที่ท้ายซอยชุมชนนั้นจะมีลานกว้างที่พวกเราเรียกมันว่า "กองดิน" บางวันโชคดีก็มีคนมาตัดหญ้าเอาไว้ให้พวกเราวิ่งแต่ถ้าไม่มีคนตัดพวกเราก็วิ่งเล่นจนมันเกรียนไปเอง  ทุกเย็นกลับมาจากโรงเรียน แต่ล่ะคนรีบเปลี่ยนเสื้อผ้า ชวนกันไปเล่น "โฮมรัน" (จริงๆแล้วมันคือเบสบอลแหละแต่ไม่รู้ทำไมพวกเราเรียกมันว่าโฮมรัน) ไม้ที่ใช้ตีนั้นก็ไปหาแงะหาแกะมาจากฝาบ้านคนแถวนั้น ลูกเทนนิสไม่มีก็ใช้กระดาษม้วนๆยัดๆให้มันแน่นๆกลมๆ แค่นี้ก็เล่นได้  กว่าจะเลิกเล่นกันก็เย็นไม่โดนแม่จิกด่าก็ไม่มีการเลิก นึกแล้วตลกดี  เด็กๆทั้งผู้หญิงผู้ชายเข้ากันได้เป็นอย่างดี  วันหยุดเสาร์อาทิตย์นี่กิจกรรมจะเยอะมาก ตื่นมาหน้าตายังไม่ล้างก็ชวนกันเล่นแล้ว   ตี่จับเอย   (พวกเราเรียกมันสั้นๆว่า อี่)   กระต่ายเอย   ที่กระโดดขาเดียวไล่แปะคนในเส้นนั่นแหละ   โดดหนังยางเอย   (สมัยนั้นน้ำเป็นแชมป์หลายสมัย) โดดยางเท้าเปล่าจนเท้าหนามาจนถึงทุกวันนี้  "เล่นแตงโม" ไม่รู้เคยมีใครเล่นหรือเปล่า ประเภทมานั่งเกาะเอวเรียงกันเป็นตับคนหัวสุดก็เกาะเสาไว้ เดี๋ยวจะมีคนมาซื้อแตงโม คนมาซื้อนี่จะต้องเคาะหัวให้เราแลบลิ้นดูว่าแตงโมลูกนี้แดงมั๊ย พอตัดสินใจได้แล้วคนซื้อก็จะเด็ดแตงโมแล้วทีนี้ โดยการดึงเอวแต่ล่ะคนดึงจนกว่าจะหลุด ดึงจนกว่าจะได้ลูกที่ต้องการ สมัยนั้นดึงกันจนเอวแทบขาด ตอนสมัยน้ำสิบแปดสิบเก้าเอวเล็กมากๆ คงจะเป็นผลได้มากจากการเล่นแตงโมกระมัง   กิงก่องแก้ว  ไอ้ที่เรานั่งอ้าขาให้เค้ากระโดดกระต่ายขาเดียวข้ามไปข้ามมานั่นแหละ ใครโดดแบบไม่มีฝีมือก็เหยียบเอาหนังเราเข้าเจ็บแสบไปถึงทรวง   เอาเทปสีดำจากม้วนวีดีโอ มาผูกกับกิ่งไม้ แล้วก็กวัดแกว่งไปมาราวกับว่าตัวเราเป็นนักยิมนาสติกเบอร์หนึ่งของประเทศ  ดีดลูกแก้ว  ง้างนิ้วดีดกันจนนิ้วงอนไปรำไทยได้สบายๆ สอยตะขบ  พากันสอยจนเจ้าของต้นตะขบเค้าด่าเอาวันล่ะหลายรอบแต่หาได้เข้าหูของเราไม่ ยังคงพากันสอยตะขบกินกันราวกับว่าตะขบนั้นคือ วอชิงตันแอปเปิ้ลก็ไม่ปาน
     
     
    เวลาผ่านไป เด็กๆโตขึ้นเป็นหนุ่มเป็นสาว  แยกย้ายกันไปเรียนหนังสือ เริ่มห่างเหินกันออกไป ตัวเราก็ต้องออกไปทำงาน กองดินลานกว้างจากที่เคยมีเด็กวิ่งเจี๊ยวจ๊าว ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป ไม่มี โฮมรัน ไม่มี ตี่จับ ไม่มีมีแม้แต่เสียงกิงก่องแก้ว เด็กๆโตกันเร็วเหลือเกิน ที่น่าเศร้าที่สุด เด็กผู้ชายส่วนใหญ่  เรียนไม่จบ ติดหญิง ติดยา ทั้งๆที่อายุแค่สิบหกสิบเจ็ดเท่านั้น  ทุกครั้งที่มองพวกเค้าภาพความทรงจำในอดีตที่เคยวิ่งไล่จับกันมักผุดขึ้นมาอยู่เสมอ น่าเสียดายที่มันเป็นแค่ความทรงจำในอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับมาได้อีกแล้ว